Browsed by
Category: Lifestyle

สินค้าพรีเมี่ยมคืออะไร?

สินค้าพรีเมี่ยมคืออะไร?

คุณเคยสงสัยไหมว่าสินค้าพรีเมี่ยม คืออะไร มีกี่ประเภทและสินค้าพรีเมี่ยมมีราคาแพงไหม ตลอดจนนิยมใช้มอบให้กันเนื่องในโอกาสอะไร วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสินค้าพรีเมี่ยมกันให้มากขึ้น จริงๆ แล้วสินค้าพรีเมี่ยมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Premium Product และ Premium Gift ทุกคนรู้หรือไม่ว่าทั้ง 2 ประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน  สินค้าพรีเมี่ยมหรือของพรีเมี่ยม หมายถึง สิ่งของที่มีคุณภาพสูง หรืออาจเป็นสิ่งของธรรมดาทั่วไปที่มีคุณค่าทางจิตใจ โดยมีทั้งราคาแพงหรือราคาถูก  สินค้าพรีเมี่ยมนิยมใช้เชิงธุรกิจมอบให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าหรือเป็นการรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ยาวนาน ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจจะมีการสกรีนโลโก้หรือสัญลักษณ์ของบริษัทลงไปบนสินค้าพรีเมี่ยมที่มอบให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปด้วยในตัว สินค้าพรีเมี่ยมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังต่อไปนี้ 1.Premium Brad หรือ Premium Product สินค้าพรีเมี่ยมในกลุ่มนี้คือสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ผู้รับรู้สึกว่าเป็นของมีค่าและรู้สึกได้ถึงความพิเศษ ไม่เหมือนใคร โดยแบ่งเป็นลักษณะต่างๆ ได้แก่ สินค้าที่ทำให้รู้สึกอยากครอบครอง สินค้าที่พิเศษ ไม่ธรรมดา และไม่เหมือนใคร สินค้าที่เป็นของแท้ สินค้าที่มีคุณภาพ พิถีพิถันในการผลิต สินค้าที่ทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับเกิดความมั่นใจ สินค้าพรีเมี่ยมประเภทนี้ มักจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงหรือมีราคาแพง บางครั้งอาจเป็นสินค้าหรือสิ่งของที่หายาก หากส่งมอบสินค้าพรีเมี่ยมประเภทนี้ให้กับผู้รับหรือลูกค้า ช่วยสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว 2.Premium Gift หรือ Gimmix สินค้าพรีเมี่ยมในกลุ่มนี้ ปัจจุบันได้รับความนิยมหรือใช้กันอย่างแพร่หลาย Premium Gift หรือ Gimmix หมายถึง ของขวัญ ของชำร่วย ของแจก ของแถมต่างๆ ซึ่งมีราคาไม่สูงมากนัก หากธุรกิจใช้มอบให้กับลูกค้า นอกจากช่วยสร้างความประทับใจได้แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างมากอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของใช้ประจำวันทั่วไป ยกตัวอย่างเช่นหมวก แก้วน้ำ ถุงผ้า นาฬิกา กระเป๋า…

Read More Read More

4 สินค้าที่อัตราค่าส่งไม่แพง

4 สินค้าที่อัตราค่าส่งไม่แพง

ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วสินค้าที่นำมาขายแบบออนไลน์มีหลากหลายรายการ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าการขนส่งสินค้าคือสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อและขายของออนไลน์ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ ควรมาดูพร้อมๆ กันว่าค่าส่งสินค้าประเภทใดที่ถูกที่สุด บางทีอาจจะได้ไอเดียในการซื้อสินค้าก็เป็นได้ 1.เสื้อผ้า หากเอ่ยถึงสินค้าที่อัตราค่าส่งไม่แพง อันดับแรกคือเสื้อผ้าอย่างแน่นอน เสื้อผ้าคือสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคของ Fast Fashion ที่บรรดาบิวตี้บล็อกเกอร์หรือยูทูปเบอร์ใส่ถ่ายรูปลง IG เพียงครั้งเดียวก็ส่งต่อแล้ว ทำให้อัตราการบริโภคเสื้อผ้าเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน หากคุณต้องการประกอบธุรกิจใหม่ๆ ในงบประมาณที่ไม่แพงเกินไป ขอแนะนำว่าเสื้อผ้าคือตัวเลือกที่ดีที่สุด 2.หน้ากากอนามัย หากเอ่ยถึงสินค้าซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันนี้คงหนีไม่พ้นหน้ากากอนามัย ซึ่งหน้ากากอนามัยเป็นตัวช่วยในการป้องกันโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าหน้ากากอนามัยมีราคาค่อนข้างแพง แต่ด้วยการควบคุมราคาในทุกวันนี้ ได้ทำให้ราคาหน้ากากอนามัยถูกลงกว่าเดิม สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดมาโดยตลอด ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ อาจซื้อหน้ากากอนามัยมาขายจะดีที่สุด เนื่องจากราคาค่าขนส่งไม่แพง สามารถใช้โปรโมชั่นส่งฟรีได้นั่นเอง 3.หมวก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนอบอ้าว จึงไม่น่าแปลกใจที่หมวกจะเป็นสินค้าที่ขายดีตลอดกาล หากคุณเป็นอีกคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ และมองหาสินค้าที่มีค่าส่งราคาไม่แพง ขอแนะนำหมวก โดยปัจจุบันนี้มีหมวกให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ด้วยกัน ทั้งหมวกลายตาราง หมวกบักเก็ต หมวกปีกสาน แต่ละแบบต่างก็มีจุดเด่นซึ่งแตกต่างกันออกไป ค่าส่งถูก เหมาะกับการเริ่มต้นขายของออนไลน์อย่างมาก 4.งานฝีมือที่ทำด้วยผ้าหรือไหมพรม อีกหนึ่งอย่างที่จัดว่าเหมาะกับการขายแบบออนไลน์ อีกทั้งมีอัตราค่าส่งที่ถูกมาก คืองานฝีมือทำจากผ้า หรือไหมพรม คุณอาจเลือกเป็นกระเป๋าผ้าควิลท์ กระเป๋าผ้าด้ายดิบ หรือจะเป็นผ้าพันคอถักก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หากว่าคุณต้องการเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์เพื่อที่จะต่อสู้กับสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลงทุกวัน ขอแนะนำเลยว่าให้คุณนั้นเลือกเป็นการมองหาสินค้าที่อัตราค่าส่งไม่แพงจะดีที่สุด เพื่อให้ได้ผลกำไรที่ดี และเรียกลูกค้าได้มากกว่าเดิมนั่นเอง การมองหาโอกาสตลอดเวลาจะทำให้คุณเป็นผู้ชนะในที่สุด

4 วิธีจัดงานในสถานที่จัดงานแต่งงานแบบไทยโบราณให้ประหยัด

4 วิธีจัดงานในสถานที่จัดงานแต่งงานแบบไทยโบราณให้ประหยัด

การจัดงานแต่งงานในยุคปัจจุบันนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทั้งค่าอาหาร ค่าสถานที่ ค่าเช่าชุดแต่งงาน ค่าถ่ายรูปพรีเวดดิ้งและแต่งหน้าทำผม สำหรับใครที่อยากให้การจัดงานแต่งงานของคุณนั้นเป็นเรื่องประหยัดงบประมาณ และทำให้การเริ่มต้นชีวิตคู่ของคุณสงบ เป็นสุข มีทุนส่วนตัวไว้ก่อร่างสร้างครอบครัว วันนี้เรามี4 วิธีจัดงานในสถานที่จัดงานแต่งงานแบบไทยโบราณให้ประหยัดมาฝากคุณแล้ว  1.เลือกเช่าแค่สถานที่เท่านั้น  ยุคนี้จะมีออร์แกไนซ์เซอร์ที่ช่วยในการจัดงานแต่งงานและออกแบบงานให้สมบูรณ์ โดยที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจจะไม่ต้องทำอะไรเลย ซึ่งการเลือกเช่าสถานที่แค่เพียงอย่างเดียวนั้นจะทำให้คุณประหยัดงบประมาณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ข้อดีของการเช่าแค่สถานที่จัดงานแต่งงานแบบไทยโบราณโดยไม่ต้องวุ่นวายจ้าง Wedding Planner จะทำให้คุณครีเอทงานแต่งงานได้ดังที่ใจต้องการ จะลดทอนหรือเพิ่มเติมในจุดใดก็ได้   2.ไม่ต้องถ่ายรูปพรีเวดดิ้งโดยช่างภาพมืออาชีพ  การถ่ายรูปด้วยช่างภาพพรีเวดดิ้ง แม้มีข้อดีคือทำให้ภาพงานแต่งของคุณออกมาสวยงาม ดูมีความเป็นธรรมชาติ และทำให้แขกในงานประทับใจ แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าการจ้างช่างภาพมืออาชีพนั้นจะทำให้เปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก ดังนั้นคุณอาจจะขอยืมกล้องเพื่อนสนิทมาแล้วถ่ายเองก็ได้ โดยอาจจะใช้ขาตั้งกล้อง หรือให้คนในครอบครัวช่วยถ่ายให้ เชื่อหรือไม่ว่าภาพเหล่านี้จะมีค่ามากกว่าภาพที่จ้างช่างภาพมาถ่ายเสียอีก นั่นเพราะมันมาจากมุมมองและสายตาของคนที่รักและหวังดีกับคุณนั่นเอง  3.ใช้การ์ดแต่งงานแบบรักษ์โลก  การ์ดแต่งงานในปัจจุบันนั้นไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยให้มากเกินไป ขอแค่มีความเรียบง่ายและบ่งบอกความเป็นตัวของตัวเองได้ก็พอแล้ว ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้กระดาษด้านๆ มาเพื่อการพิมพ์การ์ดโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน หรือบางคนอาจจะเลือกการ์ดแต่งงานแบบพิมพ์ด้านหน้าและด้านหลัง แทนการ์ดแต่งงานแบบพับก็ช่วยให้ประหยัดงบมากขึ้นไปอีก  4.ของชำร่วยแบบประหยัด  การเลือกของชำร่วยราคาไม่แพงจะทำให้คุณประหยัดงบได้อีกมาก คุณอาจเลือกเป็นของดีในจังหวัดคุณก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น น้ำตาลตโนดในโหลแก้ว เทียนหอม หรือจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิกส์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะประหยัดเงินแล้วยังใช้ประโยชน์ได้จริงอีกด้วย  สำหรับใครที่อยากประหยัดงบประมาณในงานแต่งงานของคุณ ควรเลือกออกแบบงานด้วยตัวเองอย่างตั้งใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้งานออกมาตรงใจคุณที่สุด และไม่ทำให้เปลืองเงินจนเกินไป การประหยัดเงินในงานแต่งงานนั้นทำได้หลายอย่าง แม้จะเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานแบบไทยโบราณคุณก็สามารถคุมงบได้เช่นกัน 

รองเท้าแตะรุ่น classicสุดเท่สำหรับท่านชาย by Scholl

รองเท้าแตะรุ่น classicสุดเท่สำหรับท่านชาย by Scholl

ท่านชายทั้งหลายต่างล้วนแต่อยากได้รองเท้าแตะรุ่น classicสุดเท่ที่ช่วยเสริมบุคคลิก เสริมความเท่ความคูลเมื่อท่านเลือกมาสวมใส่และอีกทั้งยังต้องการตัวรองเท้าที่มีมากกว่าความสวยงามอย่างเช่นเรื่องของการดูแลสุขภาพเท้าของท่านให้ปราศจากอาการบาดเจ็บเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานาน ๆ ทั้งนั้น ในบทความนี้เราจะพาทุก ๆ ท่านมาพบกับรองเท้าแตะรุ่น classicสำหรับท่านชายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของท่านให้ได้รู้จักกันครับ  รองเท้าแตะที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร? 1. รองเท้าแตะรุ่น classicจะต้องใช้วัสดุที่คุณภาพและมีน้ำหนักเบาเพื่อที่เวลาสวมใส่เป็นเวลานาน ๆ จะไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณเท้านั้นเอง2.ขนาดและดีไซน์ของรองเท้าแตะรุ่น classicจะต้องพอเหมาะพอดีกับรูปเท้าของผู้สวมใส่ ไม่เล็กหรือใหญ่เทอะทะจนเกินไป3.รองเท้าแตะรุ่น classicที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากการเดิน ช่วยรองรับน้ำหนักของร่างกายได้เป็นอย่างดี จะทำให้ลดอาการบาดเจ็บบริเวณฝ่าเท้าในอนาคตได้ รองเท้าแตะรุ่น classicสุดเท่มีหลากหลายรุ่นที่เราแนะนำได้ดังต่อไปนี้ครับ 1.รองเท้าแตะรุ่น classic “ALLAN”เป็นรองเท้าแตะ classicสำหรับผู้ชาย ที่ทำจากวัสดุหลนังแท้เคลือบแว๊กซ์เกดรพรีเมี่ยม ตัวพื่นรองเท้าทำจากโฟมชนิดพิเศษที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ให้ความยืดหยุ่น ทนทานและมีน้ำหนักเบาอีกด้วย ตัวรองเท้าเองมีการออกแบบพิเศษในส่วนของพื้นรองเท้าให้เป็นคลื่นหรือปุ่มนูนเพื่อที่จะช่วยนวดบริเวณฝ่าเท้าของผู้สวมใส่ ช่วยให้ผ่อนคลายและใส่สบายตลอดวัน การดูแลรักษารองเท้าแตะรุ่น classic ALLAN ทำได้อย่างง่ายได้เพียงแค่นำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็คความทำสะอาดได้เลย แต่ห้ามตากแดดเป็นอันขาดเพราะจะทำให้รองเท้าเสียหายได้ 2.รองเท้าแตะรุ่น classic “ARMY”เป็นรองเท้าแตะรุ่น classicรุ่นใหม่ที่ผ่านการออกแบบด้วยความเท่สุดขุมมาพร้อมกับความเรียบหรูด้วยหนังสังเคราะห์คุณภาพดี บุด้วยใยสังเคราะห์พร้อมเข็มขัดประดับปรับระดับได้ ในส่วนของพื้นรองเท้าทำจากวัสดุไพลอนขึ้นรูปที่มีคุณสมบัติที่มีความนุ่มสบาย น้ำหนักเบาและช่วยรองรับน้ำหนักจากร่างกายของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี และอีกหนึ่งไฮไลค์ของรองเท้ารุ่นนี้คือ สามารถดูรักษาง่ายนั้นเอง 3.รองเท้าแตะรุ่น classic “Fitness Super Black Thunder”รองเท้าแตะรุ่น classicนี้เป็นรองเท้าแตะที่ออกแบบมาเพื่อนักกีฬาที่ต้องการความสบายเท้าหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง พื้นรองเท้ามีความนุ่มสบายและมาพร้อมกับคลื่นและปุ่มนูนที่จะช่วยนวดผ่อนคลายฝ่าเท้าของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี และนี้คือ “รองเท้าแตะรุ่น classicสุดเท่สำหรับท่านชาย by Scholl” ที่ทางเราแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก เราหวังว่ารองแตะ Scholl ของเราจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของท่านผู้อ่านเพื่อที่จะนำไปสวมใส่ลุยไปกับทุกกิจกรรมครับ

3 เรื่องแปลก ๆ ที่ “เกี่ยวกับที่ตักขยะ”

3 เรื่องแปลก ๆ ที่ “เกี่ยวกับที่ตักขยะ”

เรื่องของบางอย่างนั้นอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเราแต่ก็มีบางที ที่มีการนำของต่าง ๆ มาทำเป็นสิ่งแปลก ๆ หรือ ความเชื่อแปลก ๆ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึง เรื่องแปลก ๆ ที่ “เกี่ยวกับที่ตักขยะ”  ที่เราอาจจะยังไม่เคยได้ยินมาบอกกันครับว่ามีเรื่องอะไรที่แปลก ๆ บ้าง   ร้านอาหารตามสั่งที่ใช้ ที่ ตัก ขยะ เสริฟ์อาหาร   เป็นร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่งในจังหวัด  จันทบุรี ที่มีไอเดียแปลก ๆ โดยการนำ ที่ ตัก ขยะ และ ตาชั่ง หรือ ของใช้อื่น ๆ มาเพื่อเสริฟ ให้ ลูกค้าทานกัน ปรากฏว่าไอเดียกับได้ผล เมื่อมีลูกค้ามากมายมานั่งรอทานอาหารตามสั่งจากร้านดังกล่าว เนื่องจากลุ้นว่าจะได้อะไรเป็นภาชะนะ ถือเป็นอีกหนึ่งไอ้เดียที่น่าสนใจ และ ยังไม่มีใครคิด และ ลองทำอีกด้วย ถือเป็นอีกเรื่องที่แปลก ๆ สำหรับ ที่ ตัก ขยะ ด้วยเช่นกัน   ห้ามนำไม้กวาด และ ที่ตักขยะเข้ามาในบ้านใหม่   อีกหนึ่งความเชื่อจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางตะวันตกเองก็มีความเชื่อในเรื่องของที่ใกล้เคียงกับที่ ตัก ขยะ ด้วยเช่นกันนั้นคือ “ไม้กวาด” ที่มีความเชื่อว่าถ้าหากซื้อบ้านหลังใหม่ หรือ ซื้อบ้านหลังใหม่นั้นจะต้องนำไม้กวาดที่อันใหม่ และ ที่ ตัก ขยะ อันใหม่เข้าบ้านเท่านั้น ไม่เช่นนั้นความโชคร้าย นั้นจะไม่ถูกกวาดออกไป โดยนี้ถือเป็นความเชื่อของคนฝั่งชาวตะวันตกนะครับ ในเรื่องนี้    ที่ตักขยะพัฒนาได้หลากหลายรูปแบบ   ปัจจุบันนั้นเราก็จะเห็นที่ตักขยะแบบธรรมดาที่เราเห็นกัน และ ยังมีการพัฒนาไปเป็นแบบอื่น ๆ อีกมากมายทั้งเล็กลง มีลูกเล่นเยอะขึ้น  ซึ่งเราอาจจะไม่ทันสังเกตุกันแต่ที่ ตัก ขยะ นั้นค่อนข้างมีการพัฒนาด้วยเช่นกันนะครับ  และพัฒนาไปค่อนข้างเร็วด้วยเช่นกัน   ดังนั้นนี้เองจึงเป็นเรื่องราวของที่ ตัก ขยะ ที่เราอาจจะยังไม่รู้ และ เรื่องความเชื่อที่เรามาพร้อมกับที่ ตัก ขยะ ไว้ครั้งหน้าเราจะนำเรื่องอะไรมาพูดถึงกัน มาลองดูดีกว่านะครับ  

เรื่องที่ราวที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะซื้อ “แก้วเยติ”

เรื่องที่ราวที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะซื้อ “แก้วเยติ”

แก้วเยตินั้นเป็นหนึ่งในแก้วที่มีคนใช้งานที่หลากหลายอย่างมากในปัจจุบันเละปัจจุบันก็ยังมีคนมากมายที่ยังไม่รู้ในเรื่องของแก้วเยติ แลยังไม่รู้จะซื้อแก้วเยติอย่างไรดี และมีเรื่องอะไรบ้างที่เราจะต้องทำความเข้าใจในการซื้อแก้วยิต เพื่อตัวเราเอง มาลองดูกันครับ   คุณภาพของแก้วเยติ   ในเรื่องของคุณภาพของแก้วเยตินั้นสามารถสังเกตได้จาก ราคาของแก้วเยติได้เลยนะครับว่ามีราคาที่ถูกเกินไปหรือไม่ ซึ่งถ้าหากราคาถูกเกินไปนั้นมีโอกาสที่แก้วเยติใบนั้นจะไม่มีมาตรฐาน ซึ่งถ้าถามว่ามีข้อเสียอย่างไร ในการซื้อแก้วเยติที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นถ้าหาก เราใส่น้ำเข้าไป โดยไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม หรือ น้ำหวานต่าง ๆ นั้นอาจจะทำให้  ผนังของวัสดุที่นำมาผลิตนั้นโดนกัดกร่อน และ สารเคมีตกเข้าไปในน้ำภายในแก้วได้ในนะครับ   ของแท้หรือไม่ ก็ใชได้เหมือนกัน   อีกหนึ่งเรื่องที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปและคิดว่าของปลอมนั้นไม่สามารถใช้งานได้ นั้น เป็นความคิดที่ผิดนะครับ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นแก้วเยติแท้ หรือ แก้วเยติปลอม เอง ก็สามารถใช้เก็บความเย็นได้เหมือนกันนะครับ เพราะหลักการทำงานเหมือนกันดังนั้นไม่ว่าจะเป็นของแท้ หรือของปลอมนั้นสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน แต่ต้องอย่าลืมในเรื่องของคุณภาพด้วยนะครับไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อเราได้   แก้วเยติต้องได้รับการดูแลรักษา   อีกหนึ่งนั้นคือในเรื่องของความสะอาดนั้นก็สำคัญด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นถ้าหากเราเลือกใช้แก้วเยติ โดยที่ไม่ยอมทำความสะอาดละก็ เชื้อโรคต่าง ๆ นั้นจะสะสมอยู่ตามฝาครอบแก้ว หรือ ลิ้นปิดแก้ว ได้นะครับ ดังนั้นจะต้องดูแล และคอยทำความสะอาดไว้ด้วยเช่นกัน    ดังนั้นนี้เองจึงเป็นเรื่องของแก้วเยติที่หลายคนนั้นควรรู้และทำความเข้าใจไว้ก่อนนะครับ เพราะปัจจุบันนั้นมีหลากหลายคนนั้นเข้าใจผิดในเรื่องของแก้วเยติอยูนะครับ   

5 ข้อห้ามในการ “เลี้ยงลูก” ที่เราอาจจะยังไม่รู้

5 ข้อห้ามในการ “เลี้ยงลูก” ที่เราอาจจะยังไม่รู้

ในการเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็ก ไม่ว่าจะเป้นลูก หรือ หลานนั้นต่างก็มีวิธีการที่ดูแลที่แตกต่างกันในแต่ละบ้านนะครับ แต่ทุกบ้านนั้นล้วนอยากให้เจ้าตัวน้อยนั้นเติบโตขึ้นเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีใช่ไหมครับ ?  ซึ่งการเลี้ยงดูให้เติบโตเป็นคนดี และมีคุณภาพนั้นต่างก็มีหลากหลายวิธีแล้วแต่ว่าแต่ละบ้านจะเลือกสอนกันแบบไหน  แต่ในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึงพฤติกรรม “ที่ไม่ควรทำเด็ดขาด” ในการเลี้ยงลูก หรือเจ้าตัวน้อยนะครับ เพราะมีแต่จะทำให้กลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเปล่า ๆ นะครับ และแน่นอนว่าใช้กับทุกบ้านได้ด้วยเช่นกันดังนั้นมาลองดูกันดีกว่าครับว่าจมีข้อห้ามในเรื่องอะไรบ้าง   ตะโกนใส่ลูกน้อย   การตะโกน แผดเสียง หรือ การพยายามข่อมขู่ลูกน้อยด้วยความกลัวนั้นอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการ สอน และ เรียนรู้นะครับ เนื่องจากว่าการที่เราพยายามจะทำเสียงดังเพื่อทำให้ลูกน้อยนั้นเชื่อฟังนั้นอาจจะไม่ได้ผล และ อาจจะไม่ทำตามในช่วงลับหลังก็ได้นะครับดังนั้น ให้ลองเปลี่ยนมาจากการตะโกนแผด เสียง ให้กลายเป็นการคุยกันอย่างนุ่มนวล และ คุยด้วยเหตุผลจะดีกว่านะครับ  ไม่ให้เล่น Smart Phone มากเกินไป  เรียกว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุด สำหรับพ่อแม่ยุคนี้เลยก็ว่าได้นะครับเพราะวง่าปัจจุบันนั้น Smart Phone นั้นเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของเรา ๆ ซึ่งมีพ่อแม่หลาย ๆ คนนั้นเลือกที่จะใช้ Smart Phone  ในการเลี้ยงลูกของตัวเอง ซึ่งถ้าหากว่าการเลี้ยงโดยที่สามารถแบ่งเวลาได้นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ แต่บางคนเลือกที่จะให้ Smart Phone นั้นเป็นเพื่อนเล่นของลูกทั้งวัน นอกจากจะทำให้สายตาเสียด้วยแล้ว ยังทำให้สมาธิสั้นอีกด้วยนะครับ  เลี้ยงด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง   การเรียนรู้นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากนะครับ ดังนั้นในการเรียนรู้นั้นเราจะต้องปล่อยให้เด็กเผชิญ การเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ไว้ด้วยนะครับ เพราะว่าจะทำให้เด็กเติบโตมากขึ้น อย่าพยายามเลี้ยงแบบไข่ในหินมากเกินไปนะครับเพราะนั้นอาจจะทำให้เป็นผลเสียของตัวเด็กมากกว่านะครับ   มีระยะห่างมากเกินไป    การเข้าสังคมนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ และ เป็นทักษะที่เราจะต้องมีอย่างแน่นอน ซึ่งการที่เด็ก ๆ นั้นจะมีความสามารถ หรือทักษะในการเข้าสังคมหรือไม่ ทุกอย่างเริ่มจากพื้นฐานของครอบครัวนะครับว่าพ่อแม่ของเด็กนั้นมีเวลาที่มากพอหรือ มีการเว้นระยะห่างสำหรับผู้ใหญ่ และ เด็กเกินไปหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ผลดีอย่างแน่นอนะครับ ถ้าหากว่ามีการปล่อยให้เด็ก ๆ นั้นอยู่กับของเล่นเพียงเท่านั้น   ของเล่นชิ้นเดียวเล่นได้ตลอดเวลา   พ่อแม่บางคนนั้นมักจะเข้าใจผิดในเรื่องของ   “ของเล่นเด็ก” นะครับเพราะว่าไม่ใช่ว่าการที่เราจะซื้อของเล่นเด็ก แล้วก็พอคิดว่าเล่นได้ถึง 3 ขงบ ซึ่งของเล่นของเด็กในแต่ละวัยนั้นค่อนข้างแตกต่างกันนะครับดังนั้นการที่เราจะเลือกหาของเล่นที่เหมาะสมกับตัวเด็กสำคัญไม่แพ้กันนะครับ   ดังนั้นการเลี้ยงลูก หรือ …

Read More Read More

อยากเป็นนักขายที่เก่งกว่าคนอื่น ควรทำอย่างไร

อยากเป็นนักขายที่เก่งกว่าคนอื่น ควรทำอย่างไร

งานขาย เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่สำคัญกับทุกองค์กร เพราะเป็นเหมือนกันผู้ที่จะหารายได้เข้าบริษัท นักขายที่เก่งๆ เท่านั้นที่จะทำกำไรให้กับองค์กรได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่ หางานขาย ที่มีฝีมือจริงๆ จึงไม่มีทางที่จะตกงานแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะหางานที่ไหนก็จะมีคนรับทั้งนั้น และพร้อมที่จะมีคนอ้าแขนรับเสมอ เนื่องจากนักขายเก่งๆ ไม่ได้เป็นกันได้ทุกคน  จะว่าไปแล้วอาชีพนี้ก็เป็นอาชีพที่สร้างความก้าวหน้าได้ดีเช่นกัน ยิ่งคุณทำเยอะเท่าไหร่ก็จะได้รายได้เยอะตามไปด้วย เหมือนกับคนที่เป็นนักขายเก่งๆ สามารถร่ำรวยจากการขายได้เลย คนที่เป็นนักขายมือใหม่ก็คงอยากจะเป็นเหมือนพวกเขาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เราจะมาดูกันว่าการฝึกฝนทักษะการขายให้เก่งนั้น เริ่มต้นอย่างไร  วิธีการฝึกให้เป็นนักขายที่เก่งขึ้น  1.คิดว่าเราเป็นเจ้าของกิจการเอง  หากคุณคิดว่าเราเป็นเพียงแค่ลูกจ้างเขา ทำงานไปก็ทำให้เขาได้กำไรเท่านั้น การคิดแบบนี้จะทำให้คุณไม่มีแรงจูงใจทำงาน และจะขายสินค้าไม่ได้ ในทางกลับกันหากคุณคิดว่าคุณเป็นเจ้าของกิจการเอง สินค้าที่ขายเป็นของบริษัทคุณเอง คุณจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด จะพยายามเต็มความสามารถที่จะขายมันให้ได้ ขายให้ได้มากขึ้นทุกวันๆ   2.ต้องทำหนักกว่าคนอื่น  อาชีพนักขายต้องพบปะกับลูกค้าเป็นประจำ และต้องโทรคุยกับลูกค้าบ่อยด้วยถ้าคน หางานขาย เขาทำงานทั่วด้วยการเจอลูกค้าวันละ 3 คน โทรวันละ 10 สาย คุณต้องทำให้หนักกว่านั้น เช่น คุณต้องโทรให้ได้วันละ 30 สาย พบปะลูกค้าให้ได้มากกว่า 5-6 คนขึ้นไป เรียกว่าให้ทำทุกอย่างหนักกว่านักขายทั่วไปสามเท่า แล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างเอง  3.หมั่นหาเทคนิคการขายอยู่เสมอ  เทคนิคการขายสินค้าและบริการ อยู่ท่าทักษะของแต่ละคนซึ่งจะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นการหาวิธีการขายใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้กับวิธีการขายของคุณ จะเป็นตัวช่วยทำให้คุณได้ประสิทธิการขายที่ดี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ เอามาพิชิตลูกค้าได้เสมอ คนที่มีเทคนิคเยอะก็ย่อมได้เปรียบคนที่ทำแบบเดิมซ้ำๆ  4.ให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ  เวลาที่เราเจอเรื่องบั่นทอนใจ ก็มักจะเป็นเหตุผลที่ไม่อยากจะทำงานต่อ เช่น โดนลูกค้าตำหนิมา อะไรทำนองนี้ หากคุณล้มเลิก คุณจะล้มเหลวทันที การรู้จักสร้างกำลังใจให้ตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรทำ ให้คุณมีไฟอยู่เสมอ  5.เข้าอบรมการขาย  หากมีกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวกับการเป็นนักขายที่เก่งๆ คุณสามารถเข้าไปชมไปดูได้ แล้วยนำเทคนิคเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับวิธีการขายของคน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย ให้คุณได้ผลตอบแทนที่มากกว่า  ดังนั้นใครที่อยาก หางานขาย และอยากจะเป็นนักขายเก่งๆ จนเป็นที่ต้องการของทุกองค์กร ก็ต้องรู้จักปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ด้วยการทำตามวิธีที่แนะนำไปข้างต้น หากคุณทำได้ครบทุกข้อ เชื่อว่าผลลัพธ์ของการเป็นนักขายของคุณ จะแตกต่างไปจากเดิมเป็นแน่ 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเตียงนอนเด็กแรกเกิด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเตียงนอนเด็กแรกเกิด

การนอนหลับคือสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ รวมไปถึงการพัฒนาอวัยวะ การนอนหลับที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพจะทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตสมวัย ซึ่งเตียงก็คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ลูกน้อยหลับสนิท แต่อย่างไรก็ดีอาจมีบางเรื่องของเตียงนอนเด็กแรกเกิดที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อน ดังนี้  เตียงนอนทารกแรกเกิด คืออะไร  เตียงนอนเด็กแรกเกิด คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในช่วงวัยทารก มีการผลิตขึ้นโดยยึดหลักสรีระของเด็กโดยเฉพาะ ทั้งความสูง ความกว้าง ความสูงของที่กั้น เนื่องจากการนอนเตียงเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่อาจก่อให้เกิดอันตราย เตียงนอนเด็กถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคุณพ่อคุณแม่นอนทับลูกรักในขณะที่หลับนั่นเอง ในตอนหลับเป็นช่วงที่มนุษย์ไม่รู้สึกตัว บางครั้งอาจพลั้งเผลอจนทำอันตรายกับลูกน้อยได้  เตียงนอนทารกแรกเกิดกับส่วนประกอบสำคัญ  สำหรับเตียงนอนทารกแรกเกิดมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้  1.เสาเตียงจะทำหน้าที่ค้ำยันเตียงของลูกน้อยให้สูงจากพื้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกในการอุ้มเด็กทารกวางบนเตียง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องก้มตัวมากในขณะที่ให้ลูกน้อยกินนม หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น  2.ที่กั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ป้องกันเด็กทารกตกจากเตียง ความสูงของที่กั้นจะขึ้นอยู่กับอายุของทารก แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเลือกที่กั้นซึ่งสูงมากเกินไป เพราะแม้จะป้องกันลูกน้อยได้ดีทว่าจะทำให้การอุ้มลูกน้อยจากเตียงลำบากมากยิ่งขึ้น  3.พื้นเตียง พื้นเตียงนั้นจะต้องประกอบอย่างแน่นหนา รองรับน้ำหนักตัวของลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแข็งแรง ไม่ผุหรือแตกหักได้ง่าย  4.ล้อเลื่อน สำหรับล้อเลื่อนนี้จะมีหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการเลื่อนเตียงลูกน้อยบ่อยๆ อาจจะใช้เตียงที่มีล้อเลื่อนได้  วิธีเลือกเตียงนอนเด็กแรกเกิด  สำหรับวิธีเลือกเตียงนอนเด็กเล็กนั้นมีดังต่อไปนี้  1.น้ำหนักของลูกน้อย  น้ำหนักของลูกน้อยคือปัจจัยหลักในการพิจารณาว่าคุณควรเลือกซื้อเตียงนอนประเภทใด และสอบถามกับพนักงานขายว่าเตียงนอนยี่ห้อที่คุณสนใจนั้น รับน้ำหนักได้มากน้อยเพียงใด   2.ที่ว่างในห้องนอน  ปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักนิยมซื้อทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมอยู่กันเป็นหลัก เนื่องจากราคาไม่แพง ดูแลง่าย ทว่าที่อยู่อาศัยสองแบบนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ดังนั้นจึงควรเลือกแบบที่เหมาะกับพื้นที่ในห้องเป็นหลักจะดีที่สุด  การเลือกซื้อเตียงนอนเด็กแรกเกิดและหาข้อมูลเกี่ยวกับเตียงนอน จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตียงนอนตรงกับความต้องการมากที่สุด และสามารถใช้ได้อย่างยาวนาน ทนทานจนกระทั่งลูกน้อยของคุณเติบโตเลยทีเดียว 

ข้อดีที่ซ่อนอยู่ของเบาะนั่งปรับไฟฟ้า ให้คุณได้มากกว่าความสบาย

ข้อดีที่ซ่อนอยู่ของเบาะนั่งปรับไฟฟ้า ให้คุณได้มากกว่าความสบาย

รถยนต์ในยุคปัจจุบันมักจะมีการเสริมฟังก์ชันลูกเล่นต่าง ๆ เข้ามาให้กับรถ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่หรือผู้ที่นั่งโดยสารไปกับรถ ซึ่งสิ่งที่เสริมเพิ่มเข้าไปนี้ก็มีหลายส่วนที่ช่วยให้การขับรถง่ายขึ้นสบายขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น ช่วยให้เรามั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุให้มายุ่งยากใจกับการเคลมประกัน รถ ฟังก์ชันเสริมเหล่านี้จึงกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรถในปัจจุบัน หนึ่งในฟังก์ชันของรถรถยุคนี้ที่มักจะเสริมเข้ามาก็คือ เบาะนั่งปรับไฟฟ้า หรือ Power Seat ซึ่งถ้าเราดูกันผิวเผินเราจะเข้าใจว่า เบาะนั่งแบบนี้ดีไซน์ออกมาเพื่อความสบายในการนั่ง แต่จริง ๆ แล้วคุณประโยชน์ของเบาะนั่งแบบนี้มีอะไรที่ให้ได้มากกว่าความสบาย แต่จะเป็นอะไรนั้นไปดูกันเลยดีกว่า เบาะนั่งไฟฟ้ามีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพ เบาะนั่งไฟฟ้าความจริงไม่ใช่สิ่งใหม่ จริง ๆ แล้วถ้าย้อนกลับไปสืบค้นกันจริง ๆ แนวคิดและการพัฒนาเบาะนั่งรถยนต์แบบนี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1940 แล้ว ในช่วงระยะแรกของการพัฒนานั้นมีการนำมาทดลองใช้ในรถยนต์ของยุโรปที่เป็นรถราคาแพงเท่านั้น เพราะถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคนั้น อย่าลืมว่ารถยนต์ในยุคเริ่มแรกนั้น ไม่ได้มีสมรรถนะสูงอย่างรถยนต์ในปัจจุบัน การขับขี่เดินทางในสมัยก่อนจึงต้องใช้เวลามากพอสมควร ยิ่งต้องขับข้ามเมืองก็ยิ่งต้องใช้เวลานาน ซึ่งการนั่งขับรถเป็นเวลานาน ๆ นั้นส่งผลต่อสุขภาพและสรีระของเราอย่างมาก ยิ่งหากนั่งผิดท่าด้วยแล้ว จะทำให้รู้สึกเมื่อยล้า ปวดกระดูก ปวดข้อต่อและลามไปยังเส้นประสาทในส่วนต่าง ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นและพัฒนาเบาะนั่งไฟฟ้าขึ้นมาในยุคนั้น จุดประสงค์ก็เพื่อลดปัญหาสุขภาพของผู้ขับขี่ โดยให้เบาะสามารถปรับองศาการนั่งได้หลากหลายตามสรีระและความถนัดของผู้ขับขี่ และสิ่งนี้ก็ยังคงเป็นจุดประสงค์หลักที่ยังคงอยู่มาจนถึงยุคปัจจุบัน เบาะไฟฟ้ามีส่วนช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยขึ้น หลายครั้งที่อุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นจากการจัดวางตำแหน่งสรีระร่างกายของคนขับไม่ถูกต้อง หรือไม่ดีเพียงพอ จนทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ตลอดเวลา บางครั้งหักเลี้ยวไม่ทัน หรือเหยียบเบรกไม่ถนัดจัดทำให้ไปชนกับรถคันอื่น ต้องมาเรียกประกันรถกันให้วุ่นวาย การจัดวางสรีระในการนั่งขับรถไม่ถูกต้องนั้น อาจเป็นไปได้ทั้งมือใหม่และผู้ที่ชำนาญ เบาะนั่งไฟฟ้าก็เข้ามาเป็นส่วนช่วยเข้ามาแก้ปัญหาและเติมเต็มตรงนี้ เพราะด้วยเบาะไฟฟ้านั้นมีการปรับระดับองศาต่าง ๆ ได้ง่าย มีระบบล็อคที่แน่นหนาช่วยปรับให้การนั่งขับขี่อยู่ในมุมที่เราถนัดที่สุดได้ จะห่างจะชิดอย่างไรก็ยังนั่งสบาย ซึ่งนั่นทำให้ผู้ขับขี่มีความถนัดและคล่องตัวมากขึ้นในการบังคับควบคุมรถ จึงเป็นคุณประโยชน์อีกส่วนที่ซ่อนอยู่ในเบาะนั่งไฟฟ้านั่นเอง นี่จึงเป็นคุณประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในเบาะนั่งไฟฟ้า ที่มอบประโยชน์ให้เราได้มากกว่าความสบายจริง ๆ อย่างไรก็ตามการขับขี่ที่ปลอดภัย ต้องไม่ให้ความความสบายมาบดบังและทำให้เราประมาท ทางที่ดีปรับเบาะที่นั่งให้เหมาะสมกับการขับขี่ และควรมีประกันรถดี ๆ เอาไว้ช่วยเสริมความมั่นใจด้วย ทีนี้ไม่ว่าเส้นทางไหนก็จะขับขี่ได้อย่างสบายใจมากขึ้นแล้ว